ประโยชน์ของการตลาดออนไลน์ (Online Marketing)

การตลาดออนไลน์มีความสำคัญอย่างมาก

การตลาดออนไลน์มีความสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตลาดที่ทำผ่านข้อความ ตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดีโอ ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน นอกจากจะช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางแล้ว ยังเป็นการประหยัดต้นทุนอีกด้วย โดยประโยชน์ของการตลาดออนไลน์ มีดังต่อไปนี้ 

1.เข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก

ในโลกออนไลน์เป็นโลกแห่งการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ดังนั้น การทำการตลาดออนไลน์จะช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงลูกค้าได้เฉพาะกลุ่มที่ต้องการ หรือเป็นลูกค้าในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการกระจายสินค้าให้ตรงจุด หรือตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค 

2.สร้างภาพลักษณ์ที่ดี 

เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ธุรกิจ และช่วยให้สินค้าเป็นที่จดจำได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ในการสร้างทีมขาย หรือระบบตัวแทนจำหน่าย เพื่อกระจายสินค้าให้ผู้คนรู้จักแบรนด์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

3.ใช้ต้นทุนต่ำ 

การตลาดออนไลน์นอกจากจะทำให้ผู้คนรู้จักสินค้า หรือซื้อบริการได้เพิ่มมากขึ้นแล้ว เรียกได้ว่าเป็นช่องทางที่ใช้ต้นทุนต่ำมากๆ อีกด้วย ในทางตรงกันข้ามก็สามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว และเป็นผลดีมากๆ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเงินทุนสูงมากนัก 

4.ทำการตลาดได้ 24 ชม.

อีกหนึ่งข้อดีของการทำการตลาดออนไลน์ก็คือ สามารถทำการตลาดได้ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด เพราะบนโลกออนไลน์ไม่มีการหลับใหล ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้ตลอดเวลา ช่วยอำนวยความสะดวกให้การซื้อขายสามารถทำได้ตลอด 24 ชม.

5.วัดผลได้โดยง่าย 

การตลาดออนไลน์สามารถวัดผลได้โดยง่ายด้วยเครื่องมือที่ถูกคิดค้นหรือพัฒนาขึ้นมารองรับบริการด้านนี้โดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น การโฆษณาบน Google Ads ที่มีระบบ Analytics สามารถโชว์ผลลัพธ์จากการทำโฆษณาทุกรูปแบบบน Google Ads ทำให้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งวิเคราะห์ หรือพล็อตกราฟเองให้ยุ่งยาก เป็นต้น 

6.สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

การตลาดออนไลน์เป็นการทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษาหลังการขาย หรือบริการสอบถามปัญหาการใช้งานในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทความเพิ่มมากขึ้น โดยระบบ Chabot ที่ทำหน้าพูดคุยกับลูกค้า หรือสามารถรับมือกับลูกค้าจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับทำ Marketing

Marketing Funnel คืออะไร แล้วควรทำ Content ในทางไหน

Image result for Marketing

Marketing Funnel คือการวางแผนทำการตลาด ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณบรรลุเป้าหมาย เป็นการวางแผนที่ช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และยังมีส่วนช่วยสร้างยอดขาย เก็บข้อมูล Lead หรือส่วนอื่นที่ทำให้เกิด Conversion ต่อธุรกิจคุณ ซึ่งคุณอาจจะมีกลุ่มเป้าหมายลูกค้าอยู่แล้ว แต่กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้อาจไม่ใช่ลูกค้าของคุณในอนาคต 

ดังนั้นการทำ จะช่วยคัดกรองกลุ่มเป้าหมายลูกค้า ให้กลายมาเป็น ‘ลูกค้าตัวจริง’ ของแบรนด์คุณ 

โดยการทำเปรียบเหมือน กรวย 3 ระดับ ที่แบ่งตามความสนใจของกลุ่มเป้าหมายลูกค้า ซึ่งทั้ง 3 ระดับมีความสนใจที่ต่างกัน ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำ Content Marketing Funnel ให้เหมาะสม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ กลายเป็นลูกค้าของคุณให้ได้

1. TOP OF THE FUNNEL (TOFU)

Top of Funnel หรือกรวยด้านบน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไม่รู้จักธุรกิจของคุณเลย หรือเป็นกลุ่มที่เพิ่งรู้จักธุรกิจคุณเป็นครั้งแรก, เพิ่งเคยเห็น Facebook Page ธุรกิจคุณเป็นครั้งแรก, เพิ่งเข้าหน้า Website ธุรกิจคุณครั้งแรก เป็นต้น โดยกลุ่มเหล่านี้ควรทำ Content ที่สร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Awareness) ควรเป็น Content ที่มีประโยชน์ ได้แก่

  • Infographics

ถือเป็นรูปแบบ Content ที่เข้าใจง่ายที่สุด และดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี อาจจะเป็น Content เชิงความรู้ เทคนิคต่างๆ ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็สร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ได้เช่นกัน 

  • Landing Page 

ทำหน้า Website ที่ให้ข้อมูลเฉพาะด้าน ดูมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ แถมเราสามารถสร้างฟอร์มสั้นๆ เพื่อทำการเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย และสามารถนำมาปรับกลยุทธ์การตลาดของเราได้อีกด้วย

  • Social Media Posts 

ถือเป็นอีก Platform ที่นิยมทำ เพราะ Content ที่โพสลงช่องทางนี้มีความน่าสนใจ และยังเป็นช่องทางที่สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว รับทำ marketing online

  • Podcasts

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Podcasts ถือเป็นอีกช่องทางที่มาแรง หลายแบรนด์ หลายธุรกิจเลือกใช้ช่องทางนี้ผลิต Contents แชร์ความรู้ ประสบการณ์ มุมมอง หรือเทคนิคต่างๆ ผ่านการฟัง แม้กลุ่มเป้าหมายของรูปแบบ Content นี้จะมีน้อย แต่เป็นกลุ่มคุณภาพและมีโอกาสจะเป็นลูกค้าในอนาคต

2. MIDDLE OF THE FUNNEL (MOFU)

Middle of Funnel หรือกรวยชั้นกลาง เป็นกลุ่มเป้าหมายที่รู้จักตัวตนของแบรนด์คุณ หรือมีความสนใจแบรนด์ในระดับหนึ่งแล้ว โดย Content รูปแบบ Marketing Funnel ที่ใช้สื่อกับกลุ่มเป้าหมายนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้ข้อมูลหรือรายละเอียดลงลึกกว่าระดับ TOFU หรือเป็น Content ประเภท Unique Selling Proposition (USP) บอกจุดเด่นของแบรนด์ที่แตกต่างจากคู่แข่งอื่นๆ เช่น 

  • Webinars

เป็นรูปแบบการสัมมนาออนไลน์ ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้แชร์ความรู้ และผู้ฟังหรือผู้สนใจ ได้ทำการแลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันและกัน โดยวิธีนี้จะช่วยให้ข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมายที่กำลังสนใจสินค้า / บริการของคุณได้เป็นจำนวนมาก

  • Interactive Content 

เป็นรูปแบบ Content ที่สามารถทำให้แบรนด์สินค้าสามารถโต้ตอบกับกลุ่มเป้าหมายได้ สร้างประสบการณ์ร่วมกันระหว่างกลุ่มเป้าหมายและแบรนด์ โดยการทำ Content ประเภทนี้เราจะได้ข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถเอามาทำ Remarking เพื่อทำการตลาดในขั้นตอนต่อไปได้ 

  • Video

เป็นช่องทางการทำ Content ที่อัตราการเติบโตพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะร่วงลงมา ซึ่งเราจะเห็นได้จากยอด View บน Youtube และ Facebook รวมถึงมีผลสำรวจจาก smartinsights พบว่า 80% ของผู้ทำการตลาด เชื่อว่า Content Video จะเติบโต และเป็นช่องทางสำคัญในการทำ Digital Marketing 

3. BOTTOM OF THE FUNNEL (BOFU)

Bottom of Funnel หรือกรวยชั้นล่างสุด เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้กับคำว่า ‘ลูกค้า’ มากที่สุด มีความสนใจที่จะซื้อสินค้า/บริการของแบรนด์คุณ โดยคุณต้องเลือก Content ที่ทำให้เกิดการตัดสินใจ ปิดการขายได้ไวที่สุด โดย Content ที่ควรทำได้แก่ 

  • Customer Case Studies

อยากปิดการขายกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ให้ไว เราต้องสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มว่าที่ลูกค้า โดยการทำรีวิว หรือ Case Studies จากกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ การันตีการทำงานให้กับแบรนด์ของคุณ 

  • Website FAQ Page 

ส่วนใหญ่แล้วกลุ่มเป้าหมาย BOFU มักจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ยังสงสัยในตัวแบรนด์ของคุณ มีคำถามเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ แนะนำให้คุณทำ รูปแบบ Q&A หรือรวมคำถามที่พบบ่อย ซึ่งการทำ Content รูปแบบนี้จะเป็นการให้ข้อมูล และยังช่วยไขข้อสงสัยในตัวสินค้า/บริการของแบรนด์คุณ สร้างความมั่นใจให้กับแบรนด์ของคุณอีกด้วย

  • E-mail 

หลายแบรนด์ยังคงใช้ช่องทาง E-mail ในการติดต่อสื่อสาร อัพเดตข้อมูลข่าวสารของแบรนด์ให้กับกลุ่มลูกค้าเก่าอยู่เป็นประจำ ดังนั้นการทำ Content ผ่าน E-mail จะช่วยคุณรักษาฐานลูกค้าเดิม ให้กลับมาเลือกสินค้าและบริการจากแบรนด์คุณได้อีกครั้ง

การจะมัดใจกลุ่มเป้าหมาย ให้กลายมาเป็นลูกค้าของคุณ เครื่องมืออย่าง Content Marketing Funnel ถือเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นคุณควรสำรวจกลุ่มเป้าหมายของคุณให้แน่ชัด แบ่งประเภทตาม Funnel เพื่อให้การทำ Content Marketing Funnel ตรงเป้าหมายมากที่สุด แล้วมาทำให้กลุ่มเป้าหมายกลายเป็นลูกค้าของแบรนด์คุณ

Online Marketing ทำเอง vs จ้างบริษัท แบบไหนตอบโจทย์กว่ากัน?

ด้วยเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ด้วยเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และโลกใบนี้เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนเข้ามาใช้ได้อย่างเสรี ไม่ว่าคุณจะเป็นแบรนด์ใหญ่ แบรนด์กลาง หรือแบรนด์เล็ก ธุรกิจไม่ได้ผูกขาด หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินแค่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

แต่ถึงแม้ว่าโลกออนไลน์จะมีความน่าสนใจ คนหลายๆ คน หลายๆ กลุ่มยังคงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และปรับตัว เพราะเรื่องเหล่านี้เปรียบเสมือนโลกใหม่ที่ไม่เหมือนกับโลกเก่าๆ ที่หลายคนคุ้นเคย

ซึ่งคนหลายๆ คนเห็นถึงช่องทางตรงนี้ จึงเปิดบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ให้กับแบรนด์ต่างๆ ในขณะเดียวกันแบรนด์ที่รับทำการตลาดออฟไลน์อยู่แล้ว ก็หันมาเพิ่มบริการออนไลน์ให้กับลูกค้าเดิมของพวกเขา โดยปกติแล้วคน หรือบริษัทเหล่านี้ก็จะเรียกตัวเองว่า “Agency”

แน่นอนว่า การที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่นั้นแสดงว่าคุณน่าจะกำลังสนใจจ้าง Agency มาช่วยทำการตลาดออนไลน์ให้กับคุณ แต่คุณก็ยังคงมีคำถามในใจอยู่เช่น ทำเองจะคุ้มกว่าไหม? หรือจ้างมาแล้วจะดีรึเปล่า?

ผมคิดว่าถ้าคุณอ่านบทความนี้จบ คุณจะสามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นว่าจะ “ทำเอง” หรือ “จ้างทำ” อย่างแน่นอน

ป.ล. ถึงแม้ว่าบริษัทของผมเองก็รับทำการตลาดออนไลน์เหมือนกัน แต่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะลำเอียงเขียนเข้าข้างบริษัทของตัวเอง ในขณะที่ผมเขียนบทความนี้ ผมจะถอดหมวก Agency ออกไป และสวมหมวกลูกค้าที่กำลังหาผู้ช่วยทางธุรกิจแทน

ทำเอง vs จ้างทำ

ทำเอง

ข้อดี

รู้เรื่องตัวเองดีสุด

ไม่มีใครที่จะรู้จัก และเข้าใจธุรกิจของคุณดีเท่าคุณ หรือคนในบริษัทของคุณ การที่คุณทำการตลาดออนไลน์เองนั้นจะทำให้คุณสามารถใช้ความรู้ และความเชี่ยวชาญของคุณตอบสนองความต้องการของลูกค้าของคุณได้ดีกว่าการจ้าง Agency

มีความ “อิน” มากกว่า

การที่คุณเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือการที่คุณส่วนหนึ่งของบริษัท​ คุณจะมี Passion ในธุรกิจของคุณมากกว่า Agency เพราะฉะนั้นทุกสิ่งที่คุณทำออกมาจะสะท้อนตัวตนของแบรนด์ของคุณได้ดีกว่าการที่จะให้ Agency ทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้รวมไปถึงความทุ่มเทให้กับตัวงานด้วย

ราคาถูกกว่า

การพยายามทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองนั้น ถ้าคุณสามารถทำได้ และทำได้ดี ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าคิดกลยุทธ์ ค่าโปรดักชั่น ค่าซื้อโฆษณา รวมๆ แล้วน่าจะถูกกว่าการจ้าง Agency

ข้อด้อย

ความไม่เชี่ยวชาญ

คนเราไม่ได้เก่ง หรือมีความรู้ในทุกๆ ด้าน คุณอาจจะมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ หรือในอุตสาหกรรมที่คุณอยู่ ซึ่งการตลาดออนไลน์อาจจะไม่ใช่เรื่องที่คุณเชี่ยวชาญ การที่คุณพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง อาจจะทำให้ทำมันออกมาได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวังไว้

ความไม่แน่นอน

ต่อจากข้อก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีความถนัดในเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ คุณสามารถแก้ได้โดยการจ้างคนที่รู้เรื่องนี้เข้ามา แต่คุณอาจจะต้องแบกรับความเสี่ยงในเรื่องความไม่แน่นอนในบริษัทหลายๆ อย่าง เช่นในกรณีที่นักการตลาดออนไลน์ที่คุณรับเข้ามาทำงานได้ 2-3 ปี แล้วลาออก เป็นต้น

ใครที่เหมาะกับการทำการตลาดออนไลน์เอง?

1. แบรนด์ขนาดเล็ก – ในช่วงเริ่มต้นแบรนด์ขนาดเล็กไม่ได้มียอดขายสูง งบประมาณที่มีสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ก็อาจจะไม่ได้มาก การลองเริ่มต้นศึกษา และทำการตลาดด้วยตัวเองจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการจ้างคนมาช่วยทำให้

2. แบรนด์ขนาดใหญ่ – สำหรับแบรนด์ใหญ่ๆ การจ้างคนมาทำงานแบบ In-house แล้วใช้วิธีการจ้างวิทยากรมาสอนคนในบริษัท หรือจ้างที่ปรึกษามาเพื่อแนะนำ หรือมาทำเรื่องที่มันค่อนข้างเฉพาะอาจจะตอบโจทย์มากกว่า

ป.ล. การที่คุณเลือกวิธีนี้ คุณ และบริษัทของคุณควรที่จะรู้เรื่องเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ในระดับหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุด คุณควรจะรู้จักการทำการตลาดผ่าน Facebook, LINE, Instagram

จ้างทำ

ข้อดี

มีเวลาไปโฟกัสสิ่งที่สำคัญ

เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับการทำธุรกิจ ซึ่งการที่คุณจ้าง Agency มาช่วยดูงานการตลาดออนไลน์ของคุณนั้นจะช่วยให้คุณสามารถไปโฟกัสในสิ่งที่สำคัญกับคุณ และลูกค้าของคุณจริงๆ

ได้ความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย

การที่คุณมีทีมการตลาดออนไลน์ของตัวเอง คุณอาจจะมีคน 1 หรือ 2 คนที่ต้องทำหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน ซึ่งส่งผลให้ทีมของคุณรู้หลายอย่าง แต่แต่ละอย่างที่รู้นั้นอาจจะไม่ลึก แต่การที่คุณจ้าง Agency นั้นจะเหมือนกับการที่คุณมีทีมเฉพาะด้านแต่ละด้านมาช่วยคุณ เช่นเรื่อง Strategy, SEO, Design, Social Media, Conversion หรือ Programming ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะดีกว่า

ความเสี่ยงที่น้อยกว่า

การที่คุณจ้างพนักงาน 1 คนเข้ามาทำงานให้คุณ สิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบไม่ได้มีแค่เงินเดือน แต่ต้องครอบคลุมไปถึงสวัสดิการ ประกันสังคม และอื่นๆ ซึ่งถ้าคุณจ้างคนมาผิด คุณจะเสียทั้งเงิน และเวลาไปเยอะ แต่ถ้าคุณจ้าง Agency คุณอาจจะเร่ิมจ้างจาก Project เล็กๆ เพื่อทดสอบดูว่า Agency นั้นๆ มีความสามารถเพียงพอไหม และสามารถทำงานร่วมกับคุณได้ไหมก่อนได้

ข้อด้อย

Agency มีลูกค้าหลายเจ้าต้องดูแล

แน่นอนว่า Agency ไม่ได้ทำงานให้กับคุณเพียงแค่เจ้าเดียว เพราะฉะนั้นพวกเขาจะไม่ได้มีความโฟกัสเท่ากับคุณ คุณอาจจะไม่สามารถคาดหวังให้พวกเขาตอบคุณทันทีที่คุณต้องการได้

ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

ถึงแม้ว่า Agency เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดออนไลน์ แต่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของคุณ เพราะฉะนั้น Agency อาจจะไม่เข้าใจ และรู้จักธุรกิจของคุณได้ดีเท่ากับคุณ

ราคาสูงกว่า

การจ้าง Agency นั้นเปรียบเสมือนการจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์ให้มาช่วยคุณคิด วางแผน และลงมือทำจริง ซึ่งความเชี่ยวชาญที่คุณได้เพิ่มมานั้นก็จะต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน รับปรึกษาการตลาด

ใครที่เหมาะกับการจ้างบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์?

1. แบรนด์ขนาดกลาง – แบรนด์ขนาดกลางมีลูกค้าในระดับนึง และเริ่มมีเงินทุนหมุนเวียน การจ้าง Agency มาช่วยจะทำให้ได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทางด้านการตลาดออนไลน์ ซึ่งจะสามารถทำให้แบรนด์ไปโฟกัสที่ธุรกิจหลักได้

2. แบรนด์ขนาดใหญ่ – แบรนด์ขนาดใหญ่ที่ตัวธุรกิจหลักไม่เกี่ยวข้องกับการตลาดออนไลน์ก็สามารถที่จะจ้าง Agency มาช่วยดูแล และเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในบริษัทนั้นไปโฟกัสกับเรื่องสำคัญ หรือธุรกิจหลักของแบรนด์ อาจจะทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

3. แบรนด์ที่กำลังจะเปลี่ยนจาก Offline สู่ Online – การเปลี่ยนแปลงจากการทำธุรกิจบนโลก Offline มาสู่โลก Online นั้นไม่สามารถทำได้ง่ายๆ ต่อให้ Mindset ของผู้บริหารดี และถูกต้องแล้ว การมี Skill set และ Tool set ที่ใช่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน การจ้าง Agency จะทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึง Skill set และ Tool set ที่ดีภายในระยะเวลาสั้นๆ

ป.ล. ถึงแม้ว่าคุณจะตัดสินใจจ้าง Agency มาช่วยคุณ ในทีมของคุณเองควรที่จะมีคนที่มีความรู้ ความเข้าใจการทำการตลาดออนไลน์ในระดับนึง เพื่อที่ว่าคุณจะได้สามารถพูดคุย และประสานงานกับ Agency เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการได้

SEO คือ อะไร ทำไมธุรกิจต้องพึ่ง SEO เพื่อเพิ่มยอดขาย ??

SEO คือ เก่งเว็บ.คอม จะมาอธิบายให้ฟังโดย SEO หรือ เอสอีโอ ย่อมาจากคำว่า Search Engine Optomization นั้นก็คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ การใส่เนื้อหา ให้เว็บแสดงผลในอันดับแรกๆ หรืออันดับต้นๆ ของเว็บค้นหาต่างๆ โดยที่นิยมสำหรับคนไทยได้แก่ Google (ร้อยละ 90) SEO อาจจะพูดติดปากกันประจำ คือ ทำเว็บให้ ติดหน้าแรก google นั้นเอง

การทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก จะทำได้ 2 วิธีด้วยกัน คือ

1.ลงโฆษณากับกูเกิ้ล หรือเรียกว่า Google Adwords  2.การทำ SEO

แล้วทำไมต้องทำเว็บไซต์ ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google คำถามยอดฮิตสำหรับผู้ประกอบการ หรือผู้ที่มีเว็บไซต์ แต่เว็บไซต์ยังไม่ได้ทำ seo หรือมีเว็บไซต์แล้ว แต่เว็บไม่มีคนเข้า ทำให้ไม่เกิดประโยชน์ในการทำเว็บนั้นๆ คำตอบมันก็ตรงๆ กับคำถาม คือ ทำ seo เพื่อที่จะให้ให้แสดงหน้าแรก โดยเว็บไซต์ google ปกติจะแสดงการค้นหา หน้าละ 10 เว็บไซต์ ยิ่งอันดับสูงเท่าไร อัตราเข้าคลิกเข้าเว็บก็สูงขึ้นมากเท่านั้น หากว่าเว็บไซต์สามารถแสดงผลในหน้าแรกได้ จะมีประโยชน์ สำหรับธุรกิจมากมาย เก่งเว็บ ขอยกตัวอย่างคร่าวๆ ได้ ดังนี้

1.เพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ได้ดีเยี่ยม โดยไม่ต้องใช้เงินลงโฆษณา
2. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น
3.ทำให้ขายสินค้า และบริการได้มากขึ้น
4.การทำ SEO สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน ตรงเป้า
5.เพิ่มช่องทางการตลาด ขยายฐานลูกค้า โดยไม่ต้องจำกัดด้วยพื้นที่
6.สร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์
7.การทำ SEO ถูกกว่าการทำโฆษณาแบบอื่น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย
8.มีเว็บไซต์ทำงานแทน โปรโมทสินค้า และบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
9.ติดหน้าแรก เหมือนโฆษณาฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

3 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อน ทำ SEO

การทำ SEO ไม่ว่าจะทำเอง หรือจ้างทำ SEO นั้นจะต้องมีสิงสำคัญ 3 สิ่งนี้ ได้แก่

อันดับแรก คือ ต้องรู้ว่าจะต้องใช้ KEYWORD คำไหนในการที่จะนำขึ้นหน้าแรก เช่น หากเป็น ธุรกิจเช่ารถ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็อาจจะใช้คำว่า โรงเรียนทำขนม
อันดับที่สอง คือ จำนวนการค้นหาของ KEYWORD นั้นๆ ในแต่ละเดือน เพื่อที่จะทราบปริมาณในการค้นหาว่ามีมากน้อยแค่ไหน คุ้มค่ากับการทำหรือไม่ เช่น ขนม ทำขนม โดยสามารถดูจำนวนการค้นหาได้ที่ Google Keyword Planer
อันดับที่สาม คือ ต้องรู้ว่ามีคู่แข่งใน KEYWORD นั้น มากน้อยเพียงใด ในข้อนี้จะเป็นตัวที่บอกราคาของการจ้างทำ SEO ว่าจะถูกหรือจะแพง หากมีคู่แข่งเยอะ ก็ต้องใช้เทคนิคการทำ Seo เยอะ ราคาก็จะสูงกว่า Keyword ที่ไม่มีคู่แข่ง

สรุป จากที่กล่าวไปข้างต้น ผู้ที่ตั้งใจอ่านก็น่าจะได้รู้ว่า SEO คือ อะไร มีหน้าที่อย่างไร ทำไมต้องทำ ก็จะเห็นได้ว่า SEO เป็นส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ ไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ และ SEO ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดออนไลน์ Online Marketing อย่างหนึ่ง การที่จะจ้างทำ SEO ควรศึกษาให้ตัดสินใจให้ดี ควรเลือกผู้ที่มีประสบการณ์ตรง สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง และที่สำคัญ อย่าเลือกจ้างทำ SEO ในราคาที่ถูกเกินไป ให้ดูที่ผลงานที่ผ่านมา และประสบการณ์การทำ SEO เป็นหลัก

สำหรับท่านใดที่สนใจปรึกษาการตลาดวางแผนการตลาดออนไลน์ และ การทำ SEO สามารถติดต่อปรึกษาได้ที่บริษัท BlackCat Agency Co.,Ltd เบอร์โทรศัพท์ : 088-981-2997 / 087-9881250 (Email : blackcatcnx.info@gmail.com ) Line : @Mr.Blackcat ลองมาปรึกษาก่อนได้นะครับ รับทำ SEO