Money Heist ทรชนคนปล้นโลก ซีรีย์ที่โด่งดังไปทั่วโลกผ่านการสตรีมของ NETFLIX

Money Heist (TV Series 2017– ) - IMDb
Money Heist สวัสดีครับบทความนี้คือการรีวิวซีรีย์เรื่อง Lacasa de Papel หรือ Money Heist โดยซีรีย์เรื่องนี้นั้นผลิตโดยผู้กำกับประเทศสเปน ซีรี่ย์netflix เนื้อหา และภาษาทั้งหมดจึงเป็นภาษาสเปน โดนเนื้อเรื่องจะเป็นสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นในสเปน โดยเนื้อเรื่องนั้น เปิดตัวมาที่ว่า หญิงสาวคนหนึ่ง ตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองเองนั้นฝันร้าย แต่ เธอไม่ใช่คนธรรมดา เพราะการฝันผวาของเธอนั้น เกิดเพราะตัวของเธอเอง โดยเธอนั้นเป็นจอมโจรตัวฉกาจโดยผ่านการปล้นมาแล้ว 15 ครั้ง และสิ่งที่ทำให้เธอฝันร้านนั้น เป็นเพราะว่าเธอเปลี่ยนจารคำนำหน้าว่า โจร เป็น ฆาตรกรเต็มตัว นั้นเป็นเพราะว่าแฟนของเธอนั้นที่ออกปล้นด้วยกัน ถูกสังเวยชีวิตด้วยการโดยยิงตาย โดยผู้สังหารแฟนของเธอ คือหน่วยรักษาความปลอดภัยสถานที่ ที่เธอเองนั้นวางแผนปล้น นั้นทำให้เธอเองนั้นโดนหมายหัวกับตำรวจทุกหน่วยงานในสเปน และในตอนนี้เธอซ่อนตัวในที่ ๆ ตำรวจหาตัวเธอไม่ได้ มาถึง 11 วัน และกำลังคิดหาแผนเพื่อออกนอกประเทศ เพราะเพียงความคิดว่า ฉันจะไม่ยอมแก่ตายในคุก แต่สิ่งหนึ่งที่เธอต้องการทำก่อนจะเดินทางไปนั้นคือ เธอจะบอกลาแม่ของเธอ เธอเลยโทรหาแม่ของเธอผ่านตู้โทรศัพท์ เพื่อขอนัดเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายกัยแม่ของเธอ แต่เธอไม่รู้ว่าขณะที่เธอคุยกันอย่างอบอุ่น หน่วยตำรวจนั้นคอยดักฟังไว้อยู่แล้ว เพื่อวางแผนจับกุม และหลังจากวางสายไป มีรถคันหนึ่งมาจอดข้างเธอและพูดว่า เธอไม่อยากโดนจับหรอก หลังจากนั้น เขาได้อธิบายแผนการของตำรวจ และชักชวนให้เธอมาทำงานด้วย โดยเขาไว้วางแผนปล้นเงินจำนวนใหญ่ถึง สองพันสี่ร้อยล้าน ยูโร โดยเธอคิดว่าที่ไหนกันจะมีเงินเยอะได้ขนาดนี้ แม้จะมีความสงสัย แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธงานที่แสนท้าทายอย่างงานนี้ได้ ชายคนนั้นพาเธอไปที่บ้านหลังหนึ่ง ที่มองคล้าย ๆ เป็นฐานลับ แต่ไม่ได้มีแค่เธอเท่านั้น แต่มี หนึ่ง 7 คน ชายคนหนึงหันมาบอกเธอว่า ที่นี้มีกฏหลายอย่าง นั้นคือ ห้ามบอกชื่อจริงกับใคร ห้ามคุยถึงเรื่องส่วนตัว และห้ามมีความสัมพันธ์กันกับคนในทีมเด็ดขาด โดยพวกเขานั้นเรียกแทนตัวเองเป็นชื่อเมือง และโจรสาวคนนี้จึงเลือกชื่อให้ตนเองว่า โตเกียว
money heist

Money Heist หนังแนววางแผนต่อสู้ กับสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำ เข้าทำได้อย่างไร ?

สำหรับสมาชิกคนอื่น ๆ นั้น คนแรกคือ เบอร์ลิน ชายมาดเนียบ ซีรี่ย์netflixแนะนํา โดยเขาผ่านการปล้นมาแล้วถึง 20 กว่าครั้งทำมาแล้ทุกอย่าง ตั้งแต่ร้านอัญมณี ไปจนถึงรถหุ้มเกราะ แต่ที่โด่งดังที่สุดนั้นก็คือ การปล้นเพชร 430 ล้าน ที่ปารีส โดยชายคนนี้นั้นจะมีตำแหน่งที่คอยควบคุมทีมนี้ ต่อมาคือ มอสโก ชายคนนี้เป็นผู้มีอายุเยอะที่สุดในทีม ความสามารถพิเศษของเขาการขุดเหมือง แต่ที่เขาผันตัวมาเป็นโจร เป็นเพราะเขาใช้ทักษะนี้ ขุดไปใต้ดินและไปปล้นตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ร้านเสื้อขนสัตว์ และธนาคาร โดยเขานั้นมีทักษะการใช้เครื่องมือช่างทุกชนิด ต่อมาคือ เดนเวอร์ เป็นลูกชายแท้ ๆ ของมอสโก ราชายาเสพติต เขาเอาทุกอย่างแน่นอน ความสามารถพิเศษของเขาคือการหัวเราะ แต่ที่เขาเข้ามาในทีมได้นั้นเป็นเพราะ มอสโก ขอร้องนั้นเอง ริโอ เด็กหนุ่มอายุน้อย แนะนําซีรี่ย์ pantip เขาถือว่าอายุน้อยที่สุดในกลุ่มทีมปล้น เขาถือว่าเป็น สตีเฟน ฮอว์คิง ด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้นคือ คอมพิวเตอร์ และใช้ความสามาถนี้ก่อการปล้นมาก่อน อาทิเช่น ใช้ทักษะของตนเองปิดกล้องวงจรปิด แฮกระบบ  ออสโล และ เฮลซิงกิ ชายผู้มาคู่กันตั้งแตอยู่ในท้อง เขาเป็นอดีตทหารชาวเซิร์ฟ โดยนิสัยของเขานั้นคือ มีความเป็นทหารสูงอย่างมาก การไม่ขายชาติ หรือความไว้ใจ นั้นไม่ต้องพูดถึงเขาถึงได้เข้ามาร่วมทีมนี้นั้นเอง เนลโรบี ผู้หญิงคนที่ 2 ของกลุ่ม เขาดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จริง ๆ แล้วเขามีประวัติฉ้อโกงมาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยเขาเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง โดยแต่ละคนนั้นถือว่าเป็สุดยอมทีมอาชญากรตัวจริงเสียจริงอย่างเสียไม่ได้เลย นั้นคือเหตุผลที่เขากล้าที่จะลงมือต่อตู้กับสิ่งที่มองไม่เห็น อ่านต่อ

Pain & Gain ไม่เจ็บ ไม่รวย หนังอิงเรื่องจริง ที่ทั้งตลก และโหดร้าย

Pain & Gain: The A Game - Michael Bay's 'Pain & Gain' (Video 2013) - IMDb

Pain & Gain คือ หนังแอคชั่น คอมเมดี้ ที่มีเค้าโครงเรื่องมาจากเรื่องจริง เกี่ยวกับคดีของแดเนียล ลูโก้ ในช่วงปี 1990 โดยพล็อตเรื่องในภาพยนตร์นั้น จะเล่าถึงนักเพาะกาย ที่ต้องการไล่ตามความฝัน อยากจะมีชีวิตอย่างอเมริกันดรีม มุ่งหวังจะมีชีวิตที่ร่ำรวย และดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

จึงได้ชักชวนเพื่อน ซึ่งเป็นนักเพาะกายด้วยกันอีก 2 คน มาทำการลักพาตัวมหาเศรษฐี มาเพื่อทรมาน และกรรโชกทรัพย์ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกจะไปทางด้านดาร์กคอมเมดี้ ที่เน้นการเสียดสีสังคม ความใฝ่สูงในอเมริกันดรีม มากกว่าที่จะเป็นหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ เน้นฉากระเบิดภูเขา เผากระท่อมอย่างที่ ไมเคิล เบย์ ถนัด

โดยนับได้ว่าเป็นการ กลับไปทำหนังที่ต้นทุนไม่สูงอีกครั้ง ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง Bad Boys เลยทีเดียว โดยมาเน้นในเรื่องบท และเนื้อหาในภาพยนตร์มากกว่าเดิม ซึ่งก็เป็นที่น่าสนใจว่า เขาจะสามารถทำให้ 

หนังสร้างจากเรื่องจริง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการลักพาตัว การกรรโชก การทรมาน และการฆาตกรรม ให้ออกในรูปแบบความเป็น หนังคอมเมดี้ ได้อย่างไร โดยถึงแม้จะทำรายได้ ไปไม่สูงมากนัก

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ได้รับคำยกย่อง และคำวิจารณ์ไปค่อนข้างดี ถึงฝีมือการแสดง และเคมีของนักแสดงหลักในเรื่อง Mad max Fury road

หนัง Pain & Gain มีผู้กำกับภาพยนตร์ และนักแสดงในเรื่อง เป็นใครกันบ้าง ?

ภาพยนตร์เรื่องนี้ กำกับโดย ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับหนังสายแอคชั่นชื่อดังจาก หนังไตรภาค เรื่อง Transformers โดยเนื้อในภาพยนตร์นั้น อ้างอิงมาจาก บทความของนักข่าว New Miami Times Pete Collins ที่เล่าถึงเรื่องคดีอาชญากรรม ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1990 โดยนักแสดงหลัก ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ได้แก่

  • มาร์ค วอห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg) นักแสดงจาก หนังอัตชีวประวัติ ดราม่า เรื่อง The Fighter มารับบทเป็น ดาเนียล ลูโก
  • ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) นักแสดงจาก หนังแอคชั่น ไซไฟ เรื่อง G.I. Joe: Retaliation มารับบทเป็น พอล ดอยล์
  • แอนโทนี่ แม็คกี้ (Anthony Mackie) นักแสดงจาก หนังดราม่า สงคราม เรื่อง The Hurt Locker มารับบทเป็น เอเดรียน ดอร์บัล
  • โทนี ชาลู (Tony Shalhoub) นักแสดงจาก หนังแฟนตาซี เฮอร์เลอร์ เรื่อง 1408 มารับบทเป็น วิคเตอร์ เคอร์ชอว์
  • เอ็ด แฮร์ริส (Ed Harris) นักแสดงจาก หนังโรแมนติก ดราม่า เรื่อง The Hours มารับบทเป็น เอ็ด ดูบัวส์ 

Pain & Gain เรื่องย่อ คร่าว ๆ ของหนังเรื่องนี้ เป็นอย่างไรบ้าง ?

เรื่องราวในภาพยนตร์เรี่มต้นขึ้น โดยเปิดมาที่ตัวของ แดเนียล ลูโก้ ที่กำลังวิ่งหนีตำรวจจำนวนมาก อย่างสุดชีวิต ก่อนที่เรื่องราวจะย้อนกลับไป ไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น ลูโก้ซึ่งมีอาชีพเป็นนักเพาะกาย อยู่ที่ยิมแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อว่า Sun Gym เขาได้รู้จักกับ วิคเตอร์ เคอร์ชอว์

จากการที่รับหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ ซึ่งด้วยความที่วิคเตอร์นั้น เป็นคนที่มีฐานะค่อนข้างดี จึงทำให้ลูโก้มีความรู้สึก ที่อยากจะใช้ชีวิตอย่างเศรษฐีขึ้นมาบ้าง เขาจึงตัดสินใจ ที่จะวางแผนลักพาตัววิคเตอร์ มาเพื่อทำการกรรโชกทรัพย์ โดยได้ร่วมมือกับเพื่อนนักเพาะกาย ด้วยกันอีกสองคน อย่าง พอล ดอยล์ และเอเดรียน ดอร์บัล

ภายหลังจากการลักพาตัววิคเตอร์ มาเพื่อทรมาน และกรรโชกทรัพย์ จนในที่สุด กลุ่ม Sun Gym Gang ก็ได้รับเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของวิคเตอร์ มาครอบครองจนได้ โดยหลังจากได้สิ่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจ ที่จะฆ่าวิคเตอร์

เพราะวิคเตอร์นั้น รู้ว่าคนที่ลักพาตัวคือพวกของลูโก้ ซึ่งก็ด้วยเพราะความไม่รอบคอบมากพอ สุดท้ายแล้ววิกเตอร์จึงยังมีชีวิตอยู่ เขาได้พยายามเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับตำรวจได้ฟัง

แต่เรื่องราวดังกล่าว มันดูแปลกประหลาดเกินกว่าที่จะเป็น จึงทำให้สุดท้ายแล้ววิคเตอร์ ก็ได้ทำการจ้างนักสืบอย่าง เอ็ด ดูบัวส์ มาทำการสืบคดี เพื่อหวังจะแก้แค้น 

ไม่เจ็บ ไม่รวย เป็นหนังแอคชั่น ตลกร้าย ต้นทุนต่ำของ ไมเคิล เบย์

ด้วยทุนสร้างภาพยนตร์ ที่ค่อนข้างน้อยเลยทีเดียว สำหรับผู้กำกับหนังแอคชั่น ชื่อดังอย่างเบย์ ด้วยทุนสร้างเพียงแค่ประมาณ 26,000,000 ดอลลาร์เพียงเท่านั้น

ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ ดูเหมือนจะเป็น หนังที่จะเน้น และมีความใส่ใจ ในเรื่องการเล่าเรื่อง และบทภาพยนตร์แบบตลกร้าย มากกว่าที่จะเน้นฉากแอคชั่นใหญ่ ๆ และพวกเครื่องหมายการค้าอย่างเสียงดัง ๆ กับภาพแบบสโลว์โมชั่น อย่างที่เคยทำมา

ซึ่งความนิยม และรายได้ที่ได้รับ ถึงแม้จะเทียบกับภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ไม่ได้ แต่ก็จัดว่าอยู่ในระดับ ที่น่าพอใจอยู่ โดยสามารถทำรายได้ไปกว่า 87,305,549 ด้วยกัน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เอง ก็ได้รับการจัดเรทเข้าฉายที่เรทอาร์ เพราะมีเนื้อหาความรุนแรง ภาษา และการใช้ยาเสพติด ซึ่งอาจจะไม่ได้เหมาะ สำหรับผู้ชมที่ยังมีอายุน้อยสักเท่าไหร่นัก อ่านต่อ

หนังยอดฮิต มีหนังอะไรบ้าง ที่เป็นกระแสในปี 2020 ที่ผ่านมา ?

หนังยอดฮิต

หนังยอดฮิต ในปัจจุบันนี้ การสตรีมหนัง เป็นยุคทอง ของการดูหนังจริง ๆ ด้วยสถานะการณ์โลกในปัจจุบัน ที่ผู้คนไม่สามารถ เดินทางออก ไปในที่สาธารณะได้อย่าง สะดวกสบาย ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน

เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ผู้คนต่างต้อง หาอะไรทำกัน สิ่งหนึ่งที่คนนิยมทำก็คือ ดูหนัง แต่ทว่าจะหาค่ายหนังดี ๆ ที่มีหนังคุณภาพ มาให้ชมก็คงจะ แล้วแต่ทวีปภาค โดยวันนี้เราจะมาพูดถึง ค่ายสตรีมหนัง Netflix

ที่บอกเลยว่าต้องพูดถึงเป็นอันดับแรก เพราะค่ายนี้เป็นยึคบุกเบิกของการ สตรีมหนังนั้นเอง และที่ไม่ธรรมดา เพราะเขานั้น สร้างหนังขึ้นมาเองนั้นเอง หากใครอยากดูอะไร ที่หากูรูแนะนำหนัง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวว่า เรื่องไหนดี เรื่องไหนสนุก บอกเลยว่ามาถูกทางแล้ว เพราะเราได้คัดสรร หนังที่ดีที่สุด ใน เน็ตฟลิกซ์ ที่ผลิตออกมาว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ? ไม่ชมกันเลย

CRASH LANDING ON YOU กระแสแรงฉุกไม่อยู่ เป็นซีรีย์แห่งชาติเลยก็ว่าได้ !!

เรื่องราวดำเนิน แบบเนิบ ๆ กับการเล่าถึง เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ เล่าถึงความสัมพันธ์ ผ่าน ตัวเอกทั้งสองคนได้อย่างดี โดยตัวละครหลักที่ ทำให้คนทั่วประเ?สเลยกับ แทนคำว่า ออเจ้า

หนังยอดฮิต

ว่า สหาย ไปได้ นั้นหคือ สหายผู้กองรีจองฮยอก ทีและยุเซรี นางเอกของเรา ทำไมเขาถึงเจอกันได้ แล้วเรื่องราวเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้คนทั่วประเทสทไย ถึงติดกันงอดแงม หากคุณเป็นคนชอบ ซีรีย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บอกเลยว่าเรื่องได้ถ่ายทอด ความน่ารักของตัวเอกทั้งสองคน และเพื่อน ๆ รอบตัวเขาได้อย่างดี ภาพสวย เนื้อเรื่องดี และอบอุ่นต้องเรื่งนี้เลย

ITAEWON CLASS หนังแนวล้างแค้น ที่ทำออกมาได้เสียดสีสังคมอย่างมาก !!

หนังยอดฮิต

ITAEWON CLASS พัคแซรอย เด็กหนุ่ม ที่ถูกรังแก จากความเหลื่อมล้ำ ทางสังคม ชนชั้นที่คนจนไม่อาจมีสิทธิ์ เท่าเที่ยมกับคนรวยได้ โดยความทะเยอทยาย เพื่อจะสวนทางกับสิ่งที่เป็นอยู่ เขาจึงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ความเหลื่อมล้ำตรงนี้ หมดไปจากชีวิต ได้พระเอกหนุ่มมากฝีมือ อย่าง พัก ซอ‑จุน มาเล่นแม่ยกทั้งหลาย คงเป็นปลื้มน่าดู

LOCKE & KEY  ซีรีย์ที่ดัดแปลงมาจาก นวนิยาย ที่ทำได้ดีมากจริง ๆ 

LOCKE & KEY  เรื่องราวแม้จะเดินทางมาได้เพียง 1 ซีซั่น แต่ทางค่าย ได้ประกาศแล้ว ว่าไปต่อได้ใน ซีซั่น 2 อย่างแน่นอน และเตรียมตัวออกฉายในปี 64 เดือนมีนาคม สำหรับเรื่องราว

LOCKE & KEY

ที่มีความแฟนตาซี และเกี่ยวข้องกับ เวทมนต์ต่าง ๆ ครบรสชาติจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้ เพราะการเล่าเรื่องราว ผ่านเด็ก หนุ่ม – สาว การคิด ประมวลผล ในการตัดสินใจ ที่จะแก้ปัญหา มันทำให้เรื่องราวสนุก และน่าดูเพิ่มขึ้นไปอีก ใครไม่เยดู ถือว่าพลาดมาก รีบไปหาดูได้เลย บอกเลยว่าเรื่องนี้ เป็น 1 ใน 10 เรื่องใน 2020 ที่เน็ตฟลิกซ์ทำออกมาได้ดีมาก

เคว้ง หนังสัญชาติไทย ที่ถูกผลิตโดยเน็ตฟลิกซ์ ดีแค่ไหน ก็ต่อ ซีซั่น 2 เรียบร้อยแล้ว

เคว้ง หนังเล่าถึง เด็กโรงเรียนไฮสคูล แห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่บนเกาะ ๆ หนึ่งในประเ?สไทย เป็นโณงเรียนประจำ โดยวันหนึ่ง เป็นวันสุดท้ายของการปิดเทอม ได้เกิด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทำให้ผู้รอดชีวิต ในเกาะ มีอยู่ 36 คนเท่านั้น การอยู่รอด ที่มียารักษาโลก อาหาร อย่างจำกัด ความขัดแย้งกัน จะเอาตัวรอดอย่างไร บนเกาะแห่งนี้ โดยซีรีย์เรื่องนี้ ได้เล่าผ่าน ตัวละครที่ชื่อ

หนังยอดฮิต

คราม เด็ฏหนุ่มวัย 17 ปี ที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนนี้ โดยการได้ทุนการศึกษา เขาถือว่าจนที่สุดในโณงเรียน โดยบ้านของเขานั้น ตั้งอยู่บนเกาะแห่งนั้น อะไรนำพาให้เขาไปพบเจอ กับสิ่งที่แปลกประหลาด

เรื่องราวที่ออกแนวแฟนตาซี กับความลับที่ซ่อนอยู่บนเกาะ แม้กระทั้ง ครามเองนั้น มีคววามลับอะไร การรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือแม้กระทั้ง การเดินทางเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลาย ๆตัว จะเกิดอะไรขึ้น แนะนำให้ไปหารับชมกันได้เลย อ่านต่อ

13 Hours 13 ชม. ทหารลับแห่งเบนกาซี หนังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่แท้จริง

13 Hours: The Secret Soldiers Of Benghazi 13 ชม. ทหารลับแห่งเบนกาซี -  ดูหนังออนไลน์

13 Hours คือภาพยนตร์แนวแอคชั่น ดราม่า ที่สร้างขึ้นมาจากเค้าโครงเรื่องจริง จากเหตุการณ์การโจมตีเบนกาซี เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2012 โดยเล่าถึงกลุ่มทหารมืออาชีพของสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจรักษาความปลอดภัย ให้กับเอกอัครราชทูตสหรัฐ

ที่เดินทางมายังเบนกาซี ประเทศลิเบีย ซึ่งถูกโจมตีโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายจำนวนมาก โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เอง ก็นับได้ว่าเป็น หนังประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการชื่นชมจากนักวิจารณ์ และถูกใจคอ หนังแอคชั่น เป็นอย่างดี

ถึงแม้เรื่องราวดังกล่าวจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องความชัดเจนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสักทีเดียว นอกจากนี้เอง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ในสาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมอีกด้วย

โดยจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยก็คือ การนำเอาเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวกับการสูญเสียครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาเหตุการณ์หนึ่ง ที่สมควรถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ทำออกมาเป็นหนัง ให้ได้เห็นภาพให้ลักษณะที่เล่าเรื่องได้อย่างสมบูรณ์ และมีความสมจริง

13 Hours

13 Hours นักแสดง และผู้กำกับ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นใครกันบ้าง ?

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ชื่อดังหลาย ๆ เรื่อง อย่างเช่น Pearl Harbor ,Armageddon และ หนังไตรภาค ชือดังอย่าง Transformers โดยเนื้อหาในภาพยนตร์นั้น ก็เป็น หนังดัดแปรงจากหนังสือ

ที่มีชื่อว่า 13 Hours: The Inside Account of What Really Happened in Benghazi ของนักเขียน มิตเชลล์ ซุคคอฟฟ์ ที่เขียนเอาไว้เมื่อปี 2014 ซึ่งนักแสดงหลัก ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ได้แก่ 

  • เจมส์ แบดจ์ เดล (James Badge Dale) นักแสดงจาก หนังซอมบี้ World War Z มารับบทเป็น ไทโรน “โรน” วูดส์ อดีตทหารหน่วย Navy SEAL ของกองทัพสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการของทีม GRS
  • จอห์น คราซินสกี้ (John Krasinski) นักแสดงจาก หนังคอมเมดี้ ดราม่า It’s Complicated มารับบทเป็น แจ็ค ซิลวา อดีตซีลกองทัพเรือสหรัฐ และเป็นสมาชิกคนล่าสุดของทีม GRS
  • แม็ก มาตินี่ (Max Martini) นักแสดงจาก หนังแอคชั่น ไซไฟ Pacific Rim มารับบทเป็น มาร์ก “ออซ” อีเจส อดีตนาวิกโยธินสหรัฐ และเป็นสมาชิกในทีม GRS
  • โดมินิค ฟูมูซา (Dominic Fumusa) นักแสดงจาก หนังอาชญากรรม ดราม่า Focus มารับบทเป็น จอห์น “ทิก” ไทเจ็น อดีตนาวิกโยธินสหรัฐ และเป็นสมาชิกในทีม GRS
  • ปาโบล ชไรเบอร์ (Pablo Schreiber) นักแสดงจาก ซีรีย์คอมเมดี้ อาชญากรรม Orange Is the New Black มารับบทเป็น คริส “ทันโต้” พารอนโต้ อดีตกองทัพสหรัฐแรนเจอร์ และเป็นสมาชิกในทีม GRS
  • เดวิด เด็นแมน (David Denman) นักแสดงจาก หนังดราม่า ทริลเลอร์ The Gift มารับบทเป็น เดฟ “บูน” เบ็นตัน อดีตหน่วยสอดแนมทางทะเลของสหรัฐ และเป็นสมาชิกในทีม GRS
  • โทบี้ สตีเฟ่นส์ (Toby Stephens) นักแสดงจากหนังแอคชั่น ทริลเลอร์ Die Another Day รับบทเป็น เกลน โดเฮอร์ตี้ อดีตซีลกองทัพเรือสหรัฐ และเป็นสมาชิกในทีม GRS
  • เดวิด คอสตาไบล์ (David Costabile) นักแสดงจากหนังอาชญากรรม ดราม่า Side Effects รับบทเป็น บ็อบ หัวหน้าหน่วยของ CIA ประจำฐานเบนกาซี

13 Hours หนัง สร้าง จาก เรื่อง จริง ไม่ ควร พลาด เรื่องนี้ มีเรื่องย่อคร่าว ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ?

เรื่องราวในภาพยนตร์ เริ่มต้นขึ้นในปี 2012 ที่เบนกาซี ของประเทศลิเบีย ที่ในขณะขึ้นชื่อได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ ที่อันตรายที่สุดในโลก จึงทำให้ประเทศต่าง ๆ เริ่มดึงตัวเอกอัครราชทูตออกจากลิเบีย เพราะเกรงกลัวเรื่องการถูกโจมตี จากกลุ่มผู้ก่อการร้าย แจ็ค ซิลวา อดีตนาวิกโยธินสหรัฐ 

ที่ปัจจุบันได้ผันตัวมาเป็นทหารรับจ้าง ได้เดินทางมายังเบนกาซี จากคำแนะนำของ ไทโรน “โรน” วูดส์ เพื่อนของเขา ซึ่งปัจจุบันนั้นเป็นผู้บัญชาการของทีม GRS อยู่ ภายหลังจากเดินทางไปที่เซฟเฮาส์ของซีไอเอ เขาก็ได้พบกับสมาชิกทีมคนอื่น ๆ ภายในทีม

โดยหลังจากผ่านไป 5 สัปดาห์ พวกเขาก็ได้รับข่าวเรื่องที่เอกอัครราชทูตสหรัฐ จะมาอยู่ที่เบนกาซี และทางเบื้องบนเอง ก็ได้มอบหมายให้ทีม GRS รับหน้าที่ในการดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับเอกอัครราชทูต แต่แล้วในคืนวันที่ 11 กันยายน 2012 ก็ได้มีกลุ่มผู้ก่อการร้าย พร้อมอาวุธหนักได้บุกเข้ามาถล่มที่พำนักของเอกอัครราชทูต

ทีมบอดี้การ์ดของเอกอัครราชทูต จึงได้วิทยุมาของความช่วยเหลือจากทีม GRS ซึ่งกว่าทางทีมจะมาช่วยได้ก็เสียเวลาไปนานพอสมควร แต่เมื่อมาถึงที่พำนักแล้ว กลับพบเพียงแต่บอดี้การ์ด ซึ่งไม่พบเอกอัครราชทูต

จึงทำให้สมาชิกในทีมรีบทำการช่วยเหลือ และเดินทางกลับไปยังฐานลับให้เร็วที่สุด แต่กลุ่มผู้ก่อการร้ายก็ได้ติดตามมา จนพบเข้ากับที่ตั้งของฐานลับของ CIA

13 ชม. ทหารลับแห่งเบนกาซี หนังแอคชั่นอิงจากเรื่องจริง ที่เกินความคาดหมาย

หากมองถึงเรื่องชื่อชั้นของผู้กำกับหนังสายแอคชั่นอย่าง ไมเคิล เบย์ แล้ว ประกอบกับการเป็นหนังเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ และงบประมาณการสร้างที่สูงอยู่ สำหรับพล็อตเรื่องนี้ ที่ประมาณ 50,000,000 ดอลลาร์ แต่ตัวหนังเองกลับไม่ค่อยได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จทางรายได้สักเท่าไหร่นัก

โดยได้รายได้ทั้งหมดเพียงแค่ประมาณ 69,411,370 เท่านั้น ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นจำนวนตัวเลขที่ผิดคาดอยู่เช่นกัน เมื่อเทียบกับหนังสงครามเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทหารของอเมริกัน ซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดน

แต่ถึงอย่างไรตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดูจะเป็นที่ถูกใจสำหรับผู้ชมที่ได้ชมอยู่มากใช้ได้ เพราะตัวหนังได้คะแนนจากเว็ปไซต์ IMDb สูงถึง 7.3/10 ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดรองจากภาพยนตร์เรื่อง The Rock ที่เบย์ได้กำกับมาเลย อ่านต่อ

Pirates of the Caribbean หนังเกี่ยวกับโจรสลัดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตั้งแต่ยุค 2000

Image result for Pirates of the Caribbean

Pirates of the Caribbean ซึ่งขณะนี้มีออกมาให้รับชมถึง 5 ภาคด้วยกัน นับตั้งแต่ภาคแรกที่เข้าฉายเมื่อปี 2003 ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง หนังดัง ที่ประสบความสำเร็จทางด้านของรายได้ และได้รับความนิยมอยู่เสมอในทุก ๆภาค โดยเฉพาะการปูเนื้อเรื่องในภาคที่ 1-3 ที่ทำออกมาได้เป็นอย่างดี และมีชื่อเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกด้วย ก่อนที่ภาคที่ 4 และ 5 ที่จะเล่าเรื่องราวใหม่ จะได้รับความนิยมลดลงไปบ้าง

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับหนังเกี่ยวกับโจรสลัดแล้วละก็ ถือได้ว่าแฟรนไชส์ชุดนี้เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยจุดเด่นของภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้นั้น จะอยู่ที่เนื้อหา และการเล่าเรื่องที่ปูไว้ค่อนข้างน่าสนใจ และแปลกใหม่

โดยการผสมเรื่องการผจญภัย เข้ากับความแฟนตาซี โดยเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักที่มีชื่อว่า แจ็ค สแปร์โรว์ โจรสลัดชื่อดังแถบทะเลแคริบเบียน ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ชุดนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงอีกเรื่อง ก็คือการแสดงของตัว จอห์นนี เดปป์ นี้แหละ

ที่สามารถตีความบุคลิก และลักษณะของตัวละครออกมาได้อย่างโดดเด่น และน่าสนใจ จนได้รับคำชมอย่างล้นหลาม และส่งผลให้ชื่อของเขานั้น กลายไปเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีกมาก

โดยในวันนี้เราก็จะพาท่านผู้อ่านทุกอ่าน ไปพบกับเรื่องราวคร่าว ๆ ของแต่ละภาคกัน ว่าแต่ละภาคนั้นมีเนื้อหาเป็นอย่างไร สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับชม หรือกำลังมีความสนใจจะดูภาพยนตร์เรื่องนี้

Pirates of the Caribbean ภาคThe Curse of the Black Pearl จุดกำเนิดตำนานของ หนังผจญภัย เรื่องดัง

ที่ออกฉายเมื่อปี 2003 และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 3 สาขาด้วยกัน ซึ่งสามารถทำรายได้ทั่วโลกสูงถึง 654,264,015 ดอลลาร์ กำกับภาพยนตร์โดย กอร์ เวอร์บินสกี ผู้กำกับ หนังผี เรื่องดังอย่าง The Ring ในฉบับของฮอลลี่วูด

โดยนักแสดงที่ร่วมแสดงในภาคนี้นั้น ก็จะประกอบใปด้วยนักแสดงดัง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น จอห์นนี เดปป์ นักแสดงจาก หนังชีวิตประวัติ เรื่อง Blow ออร์แลนโด บลูม นักแสดงจาก หนังดัดแปลงจากหนังสือ เรื่องดังอย่าง The Lord of the Rings เจฟฟรีย์ รัช

นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก หนังดราม่า เรื่อง Shine และเคียรา ไนต์ลีย์ นักแสดงจาก หนังไซไฟ เรื่อง Star Wars Episode I – The Phantom Menace โดยนักแสดงแสดงหลัก ๆ ทั้งสี่คนนี้จะเป็นตัวละครสำคัญสำหรับในภาค 1-3 นั้นเอง

โดยในภาคแรกนั้นจะเล่าถึงช่วงยุคสมัยที่เหล่าโจรสลัด กำลังครอบครองทะเลแคริบเบียน วิลเลียม เทอร์เนอร์ ช่างตีเหล็กหนุ่ม ฝีมือดี ต้องทำการร่วมมือกับ แจ็ก สแปร์โรว์ โจรสลัดชื่อดัง

เพื่อเป้าหมายในการช่วยเหล่า เอลิซาเบธ สวอนน์ หญิงสาวผู้ครอบครองเหรียญแห่งคำสาป และแย่งชิงเรือ Black Pearl คืนจากกัปตันเรือโจรสลัดบาบอสซ่า กัปซึ่งของเรือที่ถูกสาปให้ให้มีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ ไม่มีชีวิต และไม่มีวันตาย 

Pirates of the Caribbean ภาคDead Man’s Chest ภาคต่อที่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้ และรางวัล

Image result for Pirates of the Caribbean

ซึ่งเข้าฉายเมื่อปี 2006 ยังเป็นเป็นภาคที่ได้ทั้งรางวัลออสการ์ และทำรายได้ ได้สูงมากที่สุดจากทั้ง 5 ภาคอีกด้วย โดยสามารถทำรายได้ทั่วโลกไปสูงถึง 1,066,179,725 ดอลลาร์ โดยในภาคนี้นั้นก็ยังคงใช้ผู้กำกับคนเดิมจากภาคแรก และใช้นักแสดงหลักจากภาคแรกอยู่ถึง 3 คนด้วยกัน

เพียงแต่เพิ่มนักแสดงหลักอย่าง บิล นาย จาก หนังแวมไพร์ เรื่อง Underworld ซึ่งเนื้อเรื่องในภาคนี้นั้นจะเล่าถึงเรื่องราวของ แจ็ก สแปร์โรว์ ที่ต้องทำการตามหาหีบใส่หัวใจของ เดวี่ โจนส์ กัปตันเรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมน 

เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หลังจากที่ในอดีตเขาได้ทำข้อตกลงกันเอาไว้ระหว่างกันเอาไว้ ซึ่งในภาคนี้นั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนังภาคต่ออีกหนึ่งเรื่องที่ทำออกมาได้่ เป็นอย่างดี เพราะยังสามารถคงเนื้อหา และนำองค์ประกอบ กับกิมมิกส์ต่าง ๆ ที่เคยปูไว้ในภาคแรก เพื่อนำมาใช้เล่าเรื่องต่อได้เป็นอย่างดี

ภาค At World’s End ภาคที่ใช้ต้นทุนในการสร้างสูงที่สุดจากทั้ง 5 ภาค

โดยมีต้นทุนในการสร้างสูงมากถึง 300,000,000 ดอลลาร์ เลยทีเดียว โดยสามารถทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 960,996,492 ดอลลาร์ โดยในภาคนี้นั้น ก็ยังคงใช้ทั้งผู้กำกับคนเดิม และนักแสดงหลัก ๆ ห้นาเดิมจากในภาคที่แล้วอยู่ โดยในภาคที่สามนี้

ยังคงเนื้อหา และเหตุการณ์ต่อเนื่องมากจากในภาคก่อน หลังจากที่แจ็คตาย ทั้งตัวของ เอลิซาเบธ วิลเลียม เทอร์เนอร์ และบาบอสซ่า จึงได้เดินทางไปช่วยเหลือแจ็คออกมาจากดินแทนแห่งความตายย 

เพื่อหาทางต่อสู้กับเดวี่ โจนส์ ที่ถูกควบคุมเอาไว้โดย ลอร์ด คัทเลอร์ เบ็คเก็ตต์ โดยในศึกการต่อสู้ครั้งนี้ โอกาสเดียวที่พวกเขาจะสามารถชนะได้ นั้นก็คือการรวบรวมเหล่าโจรสลัดจากทุกมุมโลก เพื่อทำพิธีกรรมในการปลดปล่อย คะลิปโซ เทพธิดาแห่งท้องทะเล เพื่อหวังให้เธอจะร่วมต่อสู้เคียงข้างกับพวกเขา

ภาค On Stranger Tides เรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ ของแจ็ก สแปร์โรว์

ซึ่งภาคนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ของตัวแจ็กเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นภาคที่เหลือนักแสดงหลัก ๆ จากภาคที่ผ่านมาเพียงแค่ บิล นาย และ จอห์นนี เดปป์ แต่อย่างไรก็ตาม

ในภาคนี้ก็ได้นักแสดงดังอย่าง เพเนโลเป้ ครูซ นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ จาก หนังโรแมนติก เรื่อง Vicky Cristina Barcelona และ เอียน แม็คเชน จาก Death Race มาร่วมแสดง

อีกทั้งยังเป็นภาคที่มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับเป็นครั้งแรก โดยได้ ร็อบ มาร์แชลล์ ผู้กำกับจากภาพยนตร์เรื่อง ชิคาโก มากำกับ โดยเนื้อหาในภาคนี้นั้่นจะเล่าถึงการผจญภัยของแจ็ก สแปร์โรว์ 

ที่ต้องเดินทางไปกับกลุ่มโจรสลัดแบล็คเบียร์ด์ เพื่อตามหาแห่งน้ำพุแห่งความเยาว์วัย ในการช่วยต่อชะตาชีวิตให้กับแบล็คเบียร์ด์ โดยในภาคนี้ ถึงแม้เนื้อเรื่องจะต่อจากภาคที่แล้วก็ตาม แต่ช่วงระยะเวลาในหนังนั้น ก็กินเวลานานพอสมควร อ่านต่อ

ประโยชน์ของการตลาดออนไลน์ (Online Marketing)

การตลาดออนไลน์มีความสำคัญอย่างมาก

การตลาดออนไลน์มีความสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตลาดที่ทำผ่านข้อความ ตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดีโอ ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน นอกจากจะช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางแล้ว ยังเป็นการประหยัดต้นทุนอีกด้วย โดยประโยชน์ของการตลาดออนไลน์ มีดังต่อไปนี้ 

1.เข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก

ในโลกออนไลน์เป็นโลกแห่งการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ดังนั้น การทำการตลาดออนไลน์จะช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงลูกค้าได้เฉพาะกลุ่มที่ต้องการ หรือเป็นลูกค้าในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการกระจายสินค้าให้ตรงจุด หรือตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค 

2.สร้างภาพลักษณ์ที่ดี 

เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ธุรกิจ และช่วยให้สินค้าเป็นที่จดจำได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ในการสร้างทีมขาย หรือระบบตัวแทนจำหน่าย เพื่อกระจายสินค้าให้ผู้คนรู้จักแบรนด์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

3.ใช้ต้นทุนต่ำ 

การตลาดออนไลน์นอกจากจะทำให้ผู้คนรู้จักสินค้า หรือซื้อบริการได้เพิ่มมากขึ้นแล้ว เรียกได้ว่าเป็นช่องทางที่ใช้ต้นทุนต่ำมากๆ อีกด้วย ในทางตรงกันข้ามก็สามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว และเป็นผลดีมากๆ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเงินทุนสูงมากนัก 

4.ทำการตลาดได้ 24 ชม.

อีกหนึ่งข้อดีของการทำการตลาดออนไลน์ก็คือ สามารถทำการตลาดได้ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด เพราะบนโลกออนไลน์ไม่มีการหลับใหล ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้ตลอดเวลา ช่วยอำนวยความสะดวกให้การซื้อขายสามารถทำได้ตลอด 24 ชม.

5.วัดผลได้โดยง่าย 

การตลาดออนไลน์สามารถวัดผลได้โดยง่ายด้วยเครื่องมือที่ถูกคิดค้นหรือพัฒนาขึ้นมารองรับบริการด้านนี้โดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น การโฆษณาบน Google Ads ที่มีระบบ Analytics สามารถโชว์ผลลัพธ์จากการทำโฆษณาทุกรูปแบบบน Google Ads ทำให้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งวิเคราะห์ หรือพล็อตกราฟเองให้ยุ่งยาก เป็นต้น 

6.สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

การตลาดออนไลน์เป็นการทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษาหลังการขาย หรือบริการสอบถามปัญหาการใช้งานในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทความเพิ่มมากขึ้น โดยระบบ Chabot ที่ทำหน้าพูดคุยกับลูกค้า หรือสามารถรับมือกับลูกค้าจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับทำ Marketing

Marketing Funnel คืออะไร แล้วควรทำ Content ในทางไหน

Image result for Marketing

Marketing Funnel คือการวางแผนทำการตลาด ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณบรรลุเป้าหมาย เป็นการวางแผนที่ช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และยังมีส่วนช่วยสร้างยอดขาย เก็บข้อมูล Lead หรือส่วนอื่นที่ทำให้เกิด Conversion ต่อธุรกิจคุณ ซึ่งคุณอาจจะมีกลุ่มเป้าหมายลูกค้าอยู่แล้ว แต่กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้อาจไม่ใช่ลูกค้าของคุณในอนาคต 

ดังนั้นการทำ จะช่วยคัดกรองกลุ่มเป้าหมายลูกค้า ให้กลายมาเป็น ‘ลูกค้าตัวจริง’ ของแบรนด์คุณ 

โดยการทำเปรียบเหมือน กรวย 3 ระดับ ที่แบ่งตามความสนใจของกลุ่มเป้าหมายลูกค้า ซึ่งทั้ง 3 ระดับมีความสนใจที่ต่างกัน ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำ Content Marketing Funnel ให้เหมาะสม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ กลายเป็นลูกค้าของคุณให้ได้

1. TOP OF THE FUNNEL (TOFU)

Top of Funnel หรือกรวยด้านบน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไม่รู้จักธุรกิจของคุณเลย หรือเป็นกลุ่มที่เพิ่งรู้จักธุรกิจคุณเป็นครั้งแรก, เพิ่งเคยเห็น Facebook Page ธุรกิจคุณเป็นครั้งแรก, เพิ่งเข้าหน้า Website ธุรกิจคุณครั้งแรก เป็นต้น โดยกลุ่มเหล่านี้ควรทำ Content ที่สร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Awareness) ควรเป็น Content ที่มีประโยชน์ ได้แก่

  • Infographics

ถือเป็นรูปแบบ Content ที่เข้าใจง่ายที่สุด และดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี อาจจะเป็น Content เชิงความรู้ เทคนิคต่างๆ ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็สร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ได้เช่นกัน 

  • Landing Page 

ทำหน้า Website ที่ให้ข้อมูลเฉพาะด้าน ดูมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ แถมเราสามารถสร้างฟอร์มสั้นๆ เพื่อทำการเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย และสามารถนำมาปรับกลยุทธ์การตลาดของเราได้อีกด้วย

  • Social Media Posts 

ถือเป็นอีก Platform ที่นิยมทำ เพราะ Content ที่โพสลงช่องทางนี้มีความน่าสนใจ และยังเป็นช่องทางที่สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว รับทำ marketing online

  • Podcasts

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Podcasts ถือเป็นอีกช่องทางที่มาแรง หลายแบรนด์ หลายธุรกิจเลือกใช้ช่องทางนี้ผลิต Contents แชร์ความรู้ ประสบการณ์ มุมมอง หรือเทคนิคต่างๆ ผ่านการฟัง แม้กลุ่มเป้าหมายของรูปแบบ Content นี้จะมีน้อย แต่เป็นกลุ่มคุณภาพและมีโอกาสจะเป็นลูกค้าในอนาคต

2. MIDDLE OF THE FUNNEL (MOFU)

Middle of Funnel หรือกรวยชั้นกลาง เป็นกลุ่มเป้าหมายที่รู้จักตัวตนของแบรนด์คุณ หรือมีความสนใจแบรนด์ในระดับหนึ่งแล้ว โดย Content รูปแบบ Marketing Funnel ที่ใช้สื่อกับกลุ่มเป้าหมายนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้ข้อมูลหรือรายละเอียดลงลึกกว่าระดับ TOFU หรือเป็น Content ประเภท Unique Selling Proposition (USP) บอกจุดเด่นของแบรนด์ที่แตกต่างจากคู่แข่งอื่นๆ เช่น 

  • Webinars

เป็นรูปแบบการสัมมนาออนไลน์ ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้แชร์ความรู้ และผู้ฟังหรือผู้สนใจ ได้ทำการแลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันและกัน โดยวิธีนี้จะช่วยให้ข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมายที่กำลังสนใจสินค้า / บริการของคุณได้เป็นจำนวนมาก

  • Interactive Content 

เป็นรูปแบบ Content ที่สามารถทำให้แบรนด์สินค้าสามารถโต้ตอบกับกลุ่มเป้าหมายได้ สร้างประสบการณ์ร่วมกันระหว่างกลุ่มเป้าหมายและแบรนด์ โดยการทำ Content ประเภทนี้เราจะได้ข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถเอามาทำ Remarking เพื่อทำการตลาดในขั้นตอนต่อไปได้ 

  • Video

เป็นช่องทางการทำ Content ที่อัตราการเติบโตพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะร่วงลงมา ซึ่งเราจะเห็นได้จากยอด View บน Youtube และ Facebook รวมถึงมีผลสำรวจจาก smartinsights พบว่า 80% ของผู้ทำการตลาด เชื่อว่า Content Video จะเติบโต และเป็นช่องทางสำคัญในการทำ Digital Marketing 

3. BOTTOM OF THE FUNNEL (BOFU)

Bottom of Funnel หรือกรวยชั้นล่างสุด เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้กับคำว่า ‘ลูกค้า’ มากที่สุด มีความสนใจที่จะซื้อสินค้า/บริการของแบรนด์คุณ โดยคุณต้องเลือก Content ที่ทำให้เกิดการตัดสินใจ ปิดการขายได้ไวที่สุด โดย Content ที่ควรทำได้แก่ 

  • Customer Case Studies

อยากปิดการขายกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ให้ไว เราต้องสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มว่าที่ลูกค้า โดยการทำรีวิว หรือ Case Studies จากกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ การันตีการทำงานให้กับแบรนด์ของคุณ 

  • Website FAQ Page 

ส่วนใหญ่แล้วกลุ่มเป้าหมาย BOFU มักจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ยังสงสัยในตัวแบรนด์ของคุณ มีคำถามเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ แนะนำให้คุณทำ รูปแบบ Q&A หรือรวมคำถามที่พบบ่อย ซึ่งการทำ Content รูปแบบนี้จะเป็นการให้ข้อมูล และยังช่วยไขข้อสงสัยในตัวสินค้า/บริการของแบรนด์คุณ สร้างความมั่นใจให้กับแบรนด์ของคุณอีกด้วย

  • E-mail 

หลายแบรนด์ยังคงใช้ช่องทาง E-mail ในการติดต่อสื่อสาร อัพเดตข้อมูลข่าวสารของแบรนด์ให้กับกลุ่มลูกค้าเก่าอยู่เป็นประจำ ดังนั้นการทำ Content ผ่าน E-mail จะช่วยคุณรักษาฐานลูกค้าเดิม ให้กลับมาเลือกสินค้าและบริการจากแบรนด์คุณได้อีกครั้ง

การจะมัดใจกลุ่มเป้าหมาย ให้กลายมาเป็นลูกค้าของคุณ เครื่องมืออย่าง Content Marketing Funnel ถือเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นคุณควรสำรวจกลุ่มเป้าหมายของคุณให้แน่ชัด แบ่งประเภทตาม Funnel เพื่อให้การทำ Content Marketing Funnel ตรงเป้าหมายมากที่สุด แล้วมาทำให้กลุ่มเป้าหมายกลายเป็นลูกค้าของแบรนด์คุณ

Online Marketing ทำเอง vs จ้างบริษัท แบบไหนตอบโจทย์กว่ากัน?

ด้วยเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ด้วยเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และโลกใบนี้เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนเข้ามาใช้ได้อย่างเสรี ไม่ว่าคุณจะเป็นแบรนด์ใหญ่ แบรนด์กลาง หรือแบรนด์เล็ก ธุรกิจไม่ได้ผูกขาด หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินแค่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

แต่ถึงแม้ว่าโลกออนไลน์จะมีความน่าสนใจ คนหลายๆ คน หลายๆ กลุ่มยังคงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และปรับตัว เพราะเรื่องเหล่านี้เปรียบเสมือนโลกใหม่ที่ไม่เหมือนกับโลกเก่าๆ ที่หลายคนคุ้นเคย

ซึ่งคนหลายๆ คนเห็นถึงช่องทางตรงนี้ จึงเปิดบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ให้กับแบรนด์ต่างๆ ในขณะเดียวกันแบรนด์ที่รับทำการตลาดออฟไลน์อยู่แล้ว ก็หันมาเพิ่มบริการออนไลน์ให้กับลูกค้าเดิมของพวกเขา โดยปกติแล้วคน หรือบริษัทเหล่านี้ก็จะเรียกตัวเองว่า “Agency”

แน่นอนว่า การที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่นั้นแสดงว่าคุณน่าจะกำลังสนใจจ้าง Agency มาช่วยทำการตลาดออนไลน์ให้กับคุณ แต่คุณก็ยังคงมีคำถามในใจอยู่เช่น ทำเองจะคุ้มกว่าไหม? หรือจ้างมาแล้วจะดีรึเปล่า?

ผมคิดว่าถ้าคุณอ่านบทความนี้จบ คุณจะสามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นว่าจะ “ทำเอง” หรือ “จ้างทำ” อย่างแน่นอน

ป.ล. ถึงแม้ว่าบริษัทของผมเองก็รับทำการตลาดออนไลน์เหมือนกัน แต่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะลำเอียงเขียนเข้าข้างบริษัทของตัวเอง ในขณะที่ผมเขียนบทความนี้ ผมจะถอดหมวก Agency ออกไป และสวมหมวกลูกค้าที่กำลังหาผู้ช่วยทางธุรกิจแทน

ทำเอง vs จ้างทำ

ทำเอง

ข้อดี

รู้เรื่องตัวเองดีสุด

ไม่มีใครที่จะรู้จัก และเข้าใจธุรกิจของคุณดีเท่าคุณ หรือคนในบริษัทของคุณ การที่คุณทำการตลาดออนไลน์เองนั้นจะทำให้คุณสามารถใช้ความรู้ และความเชี่ยวชาญของคุณตอบสนองความต้องการของลูกค้าของคุณได้ดีกว่าการจ้าง Agency

มีความ “อิน” มากกว่า

การที่คุณเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือการที่คุณส่วนหนึ่งของบริษัท​ คุณจะมี Passion ในธุรกิจของคุณมากกว่า Agency เพราะฉะนั้นทุกสิ่งที่คุณทำออกมาจะสะท้อนตัวตนของแบรนด์ของคุณได้ดีกว่าการที่จะให้ Agency ทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้รวมไปถึงความทุ่มเทให้กับตัวงานด้วย

ราคาถูกกว่า

การพยายามทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองนั้น ถ้าคุณสามารถทำได้ และทำได้ดี ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าคิดกลยุทธ์ ค่าโปรดักชั่น ค่าซื้อโฆษณา รวมๆ แล้วน่าจะถูกกว่าการจ้าง Agency

ข้อด้อย

ความไม่เชี่ยวชาญ

คนเราไม่ได้เก่ง หรือมีความรู้ในทุกๆ ด้าน คุณอาจจะมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ หรือในอุตสาหกรรมที่คุณอยู่ ซึ่งการตลาดออนไลน์อาจจะไม่ใช่เรื่องที่คุณเชี่ยวชาญ การที่คุณพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง อาจจะทำให้ทำมันออกมาได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวังไว้

ความไม่แน่นอน

ต่อจากข้อก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีความถนัดในเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ คุณสามารถแก้ได้โดยการจ้างคนที่รู้เรื่องนี้เข้ามา แต่คุณอาจจะต้องแบกรับความเสี่ยงในเรื่องความไม่แน่นอนในบริษัทหลายๆ อย่าง เช่นในกรณีที่นักการตลาดออนไลน์ที่คุณรับเข้ามาทำงานได้ 2-3 ปี แล้วลาออก เป็นต้น

ใครที่เหมาะกับการทำการตลาดออนไลน์เอง?

1. แบรนด์ขนาดเล็ก – ในช่วงเริ่มต้นแบรนด์ขนาดเล็กไม่ได้มียอดขายสูง งบประมาณที่มีสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ก็อาจจะไม่ได้มาก การลองเริ่มต้นศึกษา และทำการตลาดด้วยตัวเองจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการจ้างคนมาช่วยทำให้

2. แบรนด์ขนาดใหญ่ – สำหรับแบรนด์ใหญ่ๆ การจ้างคนมาทำงานแบบ In-house แล้วใช้วิธีการจ้างวิทยากรมาสอนคนในบริษัท หรือจ้างที่ปรึกษามาเพื่อแนะนำ หรือมาทำเรื่องที่มันค่อนข้างเฉพาะอาจจะตอบโจทย์มากกว่า

ป.ล. การที่คุณเลือกวิธีนี้ คุณ และบริษัทของคุณควรที่จะรู้เรื่องเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ในระดับหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุด คุณควรจะรู้จักการทำการตลาดผ่าน Facebook, LINE, Instagram

จ้างทำ

ข้อดี

มีเวลาไปโฟกัสสิ่งที่สำคัญ

เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับการทำธุรกิจ ซึ่งการที่คุณจ้าง Agency มาช่วยดูงานการตลาดออนไลน์ของคุณนั้นจะช่วยให้คุณสามารถไปโฟกัสในสิ่งที่สำคัญกับคุณ และลูกค้าของคุณจริงๆ

ได้ความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย

การที่คุณมีทีมการตลาดออนไลน์ของตัวเอง คุณอาจจะมีคน 1 หรือ 2 คนที่ต้องทำหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน ซึ่งส่งผลให้ทีมของคุณรู้หลายอย่าง แต่แต่ละอย่างที่รู้นั้นอาจจะไม่ลึก แต่การที่คุณจ้าง Agency นั้นจะเหมือนกับการที่คุณมีทีมเฉพาะด้านแต่ละด้านมาช่วยคุณ เช่นเรื่อง Strategy, SEO, Design, Social Media, Conversion หรือ Programming ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะดีกว่า

ความเสี่ยงที่น้อยกว่า

การที่คุณจ้างพนักงาน 1 คนเข้ามาทำงานให้คุณ สิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบไม่ได้มีแค่เงินเดือน แต่ต้องครอบคลุมไปถึงสวัสดิการ ประกันสังคม และอื่นๆ ซึ่งถ้าคุณจ้างคนมาผิด คุณจะเสียทั้งเงิน และเวลาไปเยอะ แต่ถ้าคุณจ้าง Agency คุณอาจจะเร่ิมจ้างจาก Project เล็กๆ เพื่อทดสอบดูว่า Agency นั้นๆ มีความสามารถเพียงพอไหม และสามารถทำงานร่วมกับคุณได้ไหมก่อนได้

ข้อด้อย

Agency มีลูกค้าหลายเจ้าต้องดูแล

แน่นอนว่า Agency ไม่ได้ทำงานให้กับคุณเพียงแค่เจ้าเดียว เพราะฉะนั้นพวกเขาจะไม่ได้มีความโฟกัสเท่ากับคุณ คุณอาจจะไม่สามารถคาดหวังให้พวกเขาตอบคุณทันทีที่คุณต้องการได้

ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

ถึงแม้ว่า Agency เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดออนไลน์ แต่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของคุณ เพราะฉะนั้น Agency อาจจะไม่เข้าใจ และรู้จักธุรกิจของคุณได้ดีเท่ากับคุณ

ราคาสูงกว่า

การจ้าง Agency นั้นเปรียบเสมือนการจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์ให้มาช่วยคุณคิด วางแผน และลงมือทำจริง ซึ่งความเชี่ยวชาญที่คุณได้เพิ่มมานั้นก็จะต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน รับปรึกษาการตลาด

ใครที่เหมาะกับการจ้างบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์?

1. แบรนด์ขนาดกลาง – แบรนด์ขนาดกลางมีลูกค้าในระดับนึง และเริ่มมีเงินทุนหมุนเวียน การจ้าง Agency มาช่วยจะทำให้ได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทางด้านการตลาดออนไลน์ ซึ่งจะสามารถทำให้แบรนด์ไปโฟกัสที่ธุรกิจหลักได้

2. แบรนด์ขนาดใหญ่ – แบรนด์ขนาดใหญ่ที่ตัวธุรกิจหลักไม่เกี่ยวข้องกับการตลาดออนไลน์ก็สามารถที่จะจ้าง Agency มาช่วยดูแล และเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในบริษัทนั้นไปโฟกัสกับเรื่องสำคัญ หรือธุรกิจหลักของแบรนด์ อาจจะทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

3. แบรนด์ที่กำลังจะเปลี่ยนจาก Offline สู่ Online – การเปลี่ยนแปลงจากการทำธุรกิจบนโลก Offline มาสู่โลก Online นั้นไม่สามารถทำได้ง่ายๆ ต่อให้ Mindset ของผู้บริหารดี และถูกต้องแล้ว การมี Skill set และ Tool set ที่ใช่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน การจ้าง Agency จะทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึง Skill set และ Tool set ที่ดีภายในระยะเวลาสั้นๆ

ป.ล. ถึงแม้ว่าคุณจะตัดสินใจจ้าง Agency มาช่วยคุณ ในทีมของคุณเองควรที่จะมีคนที่มีความรู้ ความเข้าใจการทำการตลาดออนไลน์ในระดับนึง เพื่อที่ว่าคุณจะได้สามารถพูดคุย และประสานงานกับ Agency เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการได้

Boston ends losing streak despite Nikola Jokic’s huge night

Celtics

The Celtics snapped a two-game losing streak on Tuesday night at TD Garden. Comfortably handling a depleted Denver Nuggets team despite a monster performance from Nikola Jokic.

With the Nuggets missing several starters, the Celtics took advantage of Denver’s weak second unit whenever Jokic rested. Jaylen Brown and Kemba Walker led the way with efficient offensive nights in a game Jayson Tatum was frequently off-target.

Nikola Jokic was brilliant for Denver and single-handedly kept the Nuggets within rangeฺ. But the Celtics used a decisive late run in the third quarter to open a double-digit lead.

Celtics unable to stop Nikola Jokic.

The Nuggets came to TD Garden short-handed, with three regular starters out due to injury. Which meant the vast majority of the offense guaranteed to come from the duo of Nikola Jokic and Jamal Murray – and the Celtics had no answer for the Serbian All-Star.

When Jokic sat down for the first time with under two minutes left in the first quarter. He was a perfect 6-for-6 from the field with 15 points, and seemed to effortlessly overmatch Tristan Thompson in the post.

Scored 29 points in the first half, the most by an opposing player in TD Garden since Allen Iverson scored 27 in 2002.

He cooled off in the second, but still finished with 43 points on 16-of-23 shooting, with six rebounds and five assists. Fortunately for Boston, the depleted Nuggets second unit couldn’t hang around when Jokic was off the floor.

Jaylen Brown breaks open game with clutch shooting. The Celtics led by as many as 13 in the first half, but Jamal Murray got hot from outside the arc to start the third and Jokic tied the game at 71-71.

Jaylen Brown drained back-to-back threes and sparked a 15-4 run over the final four minutes of the quarter. Put the Celtics back in control UFA.

Brown finished the game with 27 points, five rebounds and five assists on 11-for-20 shooting, and an ugly seven turnovers.

The Celtics’ bench also had an efficient night, as Aaron Nesmith, Robert Williams. Payton Pritchard and Javonte Green combined to score 30 points on just 17 shots.

Williams lifts No. 6 Stanford over No. 13 Oregon 63-61

Kiana Williams

Kiana Williams scored 20 points, Cameron Brink had 16 points and nine rebounds, and No. 6 Stanford beat No. 13 Oregon 63-61 on Monday night.

Lexie Hull had 13 points and seven rebounds as the Cardinal (19-2, 16-2) remained in first place in the Pac-12.

Taylor Mikesell scored 13 points to lead the Ducks (12-5, 9-5), who sit fourth in the conference. Nyara Sabally added 12 points and seven rebounds before fouling out, and Te-Hina Paopao had 11 points and nine rebounds.

Oregon trailed by 15 in the first half but tied it at 47 on a 3-pointer by Erin Boley with 8:34 left in the game. Sabally scored four straight points to give the Ducks their first lead at 51-49 with 6:18 left to go.

After Brink tied it, Boley drove for a basket to put the Ducks ahead 53-51 with 4:28 left to play. Sabally gave Oregon its biggest lead at 58-53 with a basket before Hull hit a 3-pointer.

Mikesell made a free throw to put Oregon up 61-58 with 1:46 to play before Kiana Williams tied it on a 3-pointer with 1:28 to go. Brink made two free throws with 27.4 seconds remaining to put the Cardinal ahead 63-61.

Mikesell missed a 3-pointer, but Stanford’s Lacie Hull missed two free throws with 12.3 seconds left to play. Paopao was called for traveling with 2.5 seconds left before the Cardinal ran out the clock.

Stanford led 20-16 early in the second quarter before Brink scored six straight points. After Sabally scored for the Ducks, the Cardinal rolled off seven straight points to take a 33-18 lead UFA.

Oregon followed with the final eight points of the first half. Stanford scored six straight points early in the third quarter to pull ahead 39-28, but Oregon close within 43-41 on a 3-pointer by Mikesell late in the quarter.